ท้องผูก แบบไหนควรพบแพทย์? สัญญาณที่ไม่ควรรอ

ท้องผูกแบบไหนควรพบแพทย์? สัญญาณที่ไม่ควรรอ

ท้องผูกแบบไหนควรพบแพทย์ และไม่ควรปล่อยไว้นาน

อาการท้องผูกไม่ได้ประเมินจากจำนวนครั้งที่ขับถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับลักษณะอุจจาระ ความยากในการขับถ่าย การออกแรงเบ่ง และความรู้สึกว่าขับถ่ายไม่หมด ผู้ที่มีอาการท้องผูกอาจมีอุจจาระแข็งหรือแห้ง ต้องเบ่งมาก รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือขับถ่ายน้อยกว่าปกติของตนเอง

อาการบางกรณีอาจดีขึ้นเมื่อปรับอาหาร ของเหลว การเคลื่อนไหว และกิจวัตรขับถ่าย แต่อาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง กลับมาเป็นซ้ำ หรือมีสัญญาณผิดปกติร่วมด้วยควรได้รับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรใช้ยาระบายหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อกลบอาการโดยไม่ได้พิจารณาสาเหตุ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสัญญาณที่ควรพบแพทย์และการเตรียมข้อมูลก่อนเข้ารับการตรวจ ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากบุคลากรทางการแพทย์

สัญญาณท้องผูกที่ควรพบแพทย์และไม่ควรรอ
สัญญาณท้องผูกที่ควรพบแพทย์และไม่ควรรอ

สัญญาณ ท้องผูก ที่ควรพบแพทย์และไม่ควรรอ

ท้องผูกมีลักษณะอย่างไร

อาการท้องผูกอาจประกอบด้วยลักษณะต่อไปนี้

  • อุจจาระแข็ง แห้ง หรือเป็นก้อน
  • ต้องออกแรงเบ่งมาก
  • รู้สึกเจ็บหรือขับถ่ายลำบาก
  • รู้สึกว่าขับถ่ายไม่หมด
  • ขับถ่ายน้อยกว่าปกติของตนเอง
  • รูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

แม้แหล่งข้อมูลบางแห่งจะใช้ความถี่น้อยกว่าสามครั้งต่อสัปดาห์เป็นส่วนหนึ่งของคำจำกัดความ แต่อาการท้องผูกควรประเมินจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ควรใช้จำนวนครั้งเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว

มีเลือดในอุจจาระหรือเลือดออกทางทวารหนัก

หากพบเลือดในอุจจาระหรือมีเลือดออกทางทวารหนัก ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน ไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเกิดจากการเบ่งหรือริดสีดวงทวารเพียงอย่างเดียว เพราะเลือดอาจเกิดจากความผิดปกติได้หลายตำแหน่งในระบบทางเดินอาหาร

อุจจาระที่มีสีดำคล้ายยางมะตอยอาจสัมพันธ์กับเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนบน แม้อาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดอาจทำให้อุจจาระเปลี่ยนสีได้เช่นกัน หากไม่ทราบสาเหตุหรือมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือดร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

ปวดท้องต่อเนื่องหรือปวดรุนแรง

อาการท้องผูกที่เกิดร่วมกับอาการปวดท้องต่อเนื่องหรือรุนแรงไม่ควรดูแลด้วยตนเองเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อมีท้องบวมมาก กดเจ็บ หรืออาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็นอาการท้องผูกทั่วไปหรือมีภาวะอื่นร่วมด้วย

อาเจียนหรือไม่สามารถผายลมได้

หากมีอาการท้องผูกอย่างฉับพลันร่วมกับปวดบิดท้อง อาเจียน หรือไม่สามารถผายลมหรือขับถ่ายได้ ไม่ควรรับประทานยาระบายเพิ่มเติมด้วยตนเอง ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์ เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการอุดกั้นหรือภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

มีไข้ร่วมกับอาการท้องผูก

อาการไข้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปที่ควรอธิบายด้วยอาการท้องผูกเพียงอย่างเดียว หากมีไข้ร่วมกับปวดท้อง ท้องบวม อาเจียน หรืออาการผิดปกติอื่น ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ

น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

หากมีอาการท้องผูกร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หรือรูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน อาการดังกล่าวควรได้รับการประเมิน ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากอาหารหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว

รูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม

ผู้ที่ไม่เคยมีปัญหาท้องผูกมาก่อน แต่เริ่มมีอาการต่อเนื่องหรือรูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อการปรับพฤติกรรมเบื้องต้นไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น

อาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำ

หากปรับอาหาร ของเหลว การเคลื่อนไหว และกิจวัตรขับถ่ายแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือจำเป็นต้องใช้ยาระบายเป็นประจำเพื่อให้ขับถ่ายได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม

แพทย์อาจพิจารณาประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการท้องผูกทุกคนต้องได้รับการตรวจพิเศษ แต่การประเมินช่วยแยกสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้เหมาะสมขึ้น

กรณีใดสามารถเริ่มจากการปรึกษาเภสัชกร

หากมีอาการท้องผูกทั่วไปโดยไม่มีเลือด ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ไข้ หรือน้ำหนักลด และการปรับอาหารกับพฤติกรรมยังไม่ช่วย อาจปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาระบายที่เหมาะสมและสอบถามวิธีใช้ตามฉลาก

ยาระบายมีหลายประเภทและออกฤทธิ์แตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากความแรงหรือเพิ่มขนาดด้วยตนเอง หากต้องใช้ต่อเนื่อง อาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเตือน ควรพบแพทย์แทนการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อย ๆ

ควรเตรียมข้อมูลอะไรเมื่อพบแพทย์

การบันทึกข้อมูลล่วงหน้าช่วยให้แพทย์เข้าใจอาการและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น โดยควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้

  1. อาการเริ่มขึ้นเมื่อใด และเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ
  2. ขับถ่ายกี่ครั้งต่อสัปดาห์ และแตกต่างจากปกติอย่างไร
  3. ลักษณะอุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อน หรือมีสีผิดปกติหรือไม่
  4. ต้องเบ่งมากหรือรู้สึกว่าขับถ่ายไม่หมดหรือไม่
  5. มีเลือด ปวดท้อง อาเจียน ไข้ หรืออาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
  6. อาหาร ของเหลว และกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมา
  7. รายชื่อยา วิตามิน อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้อยู่
  8. เคยใช้ยาระบายชนิดใด ใช้นานเท่าใด และได้ผลอย่างไร

ยาหรืออาหารเสริมหลายประเภทอาจเกี่ยวข้องกับอาการท้องผูก เช่น ธาตุเหล็ก ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดบางชนิด และยาบางกลุ่มที่ใช้กับความดันโลหิตหรือระบบประสาท ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

NIDDK ระบุว่าแพทย์อาจใช้ประวัติทางการแพทย์ ประวัติครอบครัว การตรวจร่างกาย และผลตรวจตามความเหมาะสมในการหาสาเหตุของอาการท้องผูก

การใช้ยาระบายและผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ไม่ควรใช้ยาระบายต่อเนื่องหรือเพิ่มขนาดรับประทานโดยไม่ได้รับคำแนะนำ หากมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน หรือไม่สามารถผายลมและขับถ่ายได้ ไม่ควรรับประทานยาระบายด้วยตนเองและควรเข้ารับการตรวจ

ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ยาระบาย ชนิดแคปซูล ตราใบแก้ว ควรตรวจสอบสรรพคุณ ส่วนประกอบ วิธีใช้ ขนาดรับประทาน เลขทะเบียน และคำเตือนจากฉลากหรือเอกสารกำกับยาฉบับจริงก่อนใช้

หน้าผลิตภัณฑ์ปัจจุบันระบุว่าเป็นยาระบายสำหรับอาการท้องผูกและมีส่วนประกอบจากสมุนไพร เช่น ใบมะขามแขก สมอไทย และสมอเทศ แต่ข้อมูลดังกล่าวควรตรวจเทียบกับฉลากและเอกสารกำกับยาที่ได้รับอนุมัติอีกครั้งก่อนเผยแพร่ในบทความหรืออินโฟกราฟิก

ผลิตภัณฑ์ไม่ควรถูกนำเสนอว่าใช้แทนการตรวจเมื่อมีเลือดในอุจจาระ ปวดท้องต่อเนื่อง อาเจียน ผายลมไม่ได้ มีไข้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

สรุป

อาการท้องผูกไม่ได้ประเมินจากจำนวนวันที่ไม่ขับถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความแข็งของอุจจาระ การออกแรงเบ่ง ความรู้สึกถ่ายไม่สุด การเปลี่ยนแปลงจากปกติ และอาการอื่นที่เกิดร่วมกัน

หากมีเลือดในอุจจาระ อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย ปวดท้องต่อเนื่องหรือรุนแรง อาเจียน ไม่สามารถผายลมได้ มีไข้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรเข้ารับการประเมินอาการ ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการเตือนแต่อาการไม่ดีขึ้นหลังปรับพฤติกรรม หรือจำเป็นต้องใช้ยาระบายเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้

ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง

Website : https://baihor.com/

Youtube :@baihorchanel2177

Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor

Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor

แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

  • National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases — https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/constipation/symptoms-causes
  • National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases — https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/constipation/diagnosis
  • National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases — https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/constipation/treatment
  • NHS — https://www.nhs.uk/conditions/constipation/
  • MedlinePlus — https://medlineplus.gov/ency/article/000230.htm
  • MedlinePlus — https://medlineplus.gov/ency/article/003130.htm

เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

บทความแนะนำ