เป็นหวัดแล้วพักผ่อนน้อย มีอะไรที่ควรระวัง และควรจัดเวลาพักแบบไหนดี

เป็นหวัดแล้วยังพักผ่อนน้อย ต้องระวังอะไรบ้างและควรดูแลตัวเองอย่างไร

เป็นหวัดแล้วพักผ่อนน้อย มีอะไรที่ควรระวังมากกว่าปกติ

เป็นหวัดในช่วงที่งานยังไม่หยุด ประชุมยังเต็มตาราง หรือต้องนอนดึกต่อเนื่อง เป็นสถานการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยเจอ อาการหวัดอย่าง คัดจมูก น้ำมูก เจ็บคอ ไอ ปวดศีรษะ และรู้สึกเหนื่อยหรือไม่สบายตัว สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เมื่อรวมกับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ สิ่งที่สังเกตได้ง่ายคือความเหนื่อยอาจรบกวนกิจวัตรมากขึ้น ทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือเผลอละเลยเรื่องพื้นฐานอย่างการกินอาหารและดื่มน้ำ แม้การนอนน้อยไม่ควรถูกกล่าวว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หวัดรุนแรงขึ้นทุกคน แต่ช่วงที่ป่วยก็ควรให้ความสำคัญกับการพัก เพราะทั้ง CDC และ NHS แนะนำการพักผ่อนและได้รับของเหลวอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดธรรมดาเกิดจากไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และมีไวรัสมากกว่า 200 ชนิดที่สามารถทำให้เกิดอาการหวัดได้ อาการมักเด่นขึ้นในช่วง 2–3 วันแรก และสามารถมีน้ำมูก คัดจมูก ไอ จาม เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเล็กน้อย หรือมีไข้ต่ำได้ ดังนั้น หากกำลังเป็นหวัดแล้วยังพักผ่อนน้อย สิ่งที่ควรระวังไม่ใช่เพียงคำถามว่า “จะหายช้าหรือไม่” แต่ควรดูว่ากิจวัตรที่ถูกรบกวนทำให้เราพลาดการพัก ดื่มน้ำน้อย กินไม่เป็นเวลา ใช้ยาซ้ำกัน หรือไม่ทันสังเกตว่าอาการกำลังเปลี่ยนไปหรือเปล่า

อีกเรื่องที่สำคัญคืออาการคล้ายหวัดไม่ได้หมายถึง ไข้หวัดธรรมดา เสมอ เพราะไข้หวัดใหญ่ COVID-19 และไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่นสามารถทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูก ไอ เจ็บคอ และอ่อนเพลียคล้ายกันได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงควรให้ความสำคัญกับการประเมินตั้งแต่ต้น เพราะยาต้านไวรัสสำหรับไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 จะมีประโยชน์มากกว่าเมื่อเริ่มในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังเริ่มมีอาการ

อ่อนเพลียจากหวัดกับเหนื่อยเพราะนอนน้อยอาจซ้อนกันจนแยกยาก

หนึ่งในอาการที่พบได้ช่วงเป็นหวัดคือ รู้สึกเหนื่อยและไม่สบายตัว NHS ระบุ feeling tired and unwell ไว้ในอาการหลักของไข้หวัดธรรมดา ขณะที่โรคทางเดินหายใจจากไวรัสชนิดอื่นก็สามารถทำให้เกิด fatigue หรือ weakness ได้เช่นกัน หากในช่วงเดียวกันยังนอนดึกหรือพักไม่พอ เราอาจรู้สึกหมดแรงมากกว่าปกติ มีสมาธิลดลง หรืออยากนอนระหว่างวัน แต่ไม่ควรสรุปว่าอาการทั้งหมดเกิดจากหวัดหรือจากการอดนอนอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะสองอย่างอาจเกิดพร้อมกันได้

สิ่งที่ควรทำคือดูว่าอาการเปลี่ยนไปจากปกติแค่ไหน ถ้าเมื่อคืนได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงและวันนี้รู้สึกง่วงมาก การพักเพิ่มอาจเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล แต่ถ้ามีอ่อนเพลียมากผิดปกติร่วมกับหายใจไม่สะดวก เจ็บหน้าอก ไข้สูง หรืออาการโดยรวมทรุดเร็ว ก็ควรให้ความสำคัญกับอาการป่วยมากกว่าพยายามอธิบายว่าเป็นเพราะนอนน้อย ช่วงที่เป็นหวัดจึงควรจัดกิจกรรมให้เบาลงเท่าที่ทำได้ และไม่ควรฝืนทำงานหรือออกแรงหนักเพียงเพราะคิดว่าเป็นอาการเล็กน้อย

นอนดึกต่อเนื่องควรปรับก่อน โดยไม่ต้องพยายามนอนชดเชยแบบสุดโต่ง
นอนดึกต่อเนื่องควรปรับก่อน โดยไม่ต้องพยายามนอนชดเชยแบบสุดโต่ง

นอนดึกต่อเนื่องควรปรับก่อน โดยไม่ต้องพยายามนอนชดเชยแบบสุดโต่ง

หากเป็นหวัดแล้วนอนดึกต่อเนื่องจากงานหรือกิจกรรมอื่น สิ่งที่ควรปรับเป็นอันดับต้น ๆ คือ กลับเข้าสู่เวลาพักที่สม่ำเสมอมากขึ้น CDC และ NHS ต่างแนะนำให้ผู้ที่มีไข้หวัดธรรมดาพักผ่อนให้เพียงพอระหว่างที่ร่างกายกำลังรับมือกับอาการ การพักในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงนอนบนเตียงตลอดวัน หากยังทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่างกายหนัก นอนดึกโดยไม่จำเป็น หรือทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนไม่มีช่วงพัก

ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าว่าต้องนอนชดเชยหลายชั่วโมงในคืนเดียว แต่ควรพยายามทำให้ช่วงเวลานอนกลับมาเหมาะกับชีวิตประจำวัน เช่น ลดงานที่สามารถเลื่อนได้ ปิดหน้าจอและหยุดงานก่อนเวลาเข้านอนมากขึ้น หรือแบ่งงานบางส่วนไปทำหลังอาการดีขึ้น หากคัดจมูกหรือไอทำให้นอนยาก ก็ควรดูแลอาการเหล่านี้ควบคู่กัน ไม่ใช่พยายามนอนเพิ่มอย่างเดียว เพราะการนอนจะทำได้ยากหากจมูกตันหรือคอระคายตลอดคืน

คัดจมูกและไออาจทำให้นอนไม่เต็มที่ ควรดูแลอาการก่อนเข้านอนด้วย

หลายคนไม่ได้พักผ่อนน้อยเพราะทำงานอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ อาการหวัดรบกวนการนอน เช่น จมูกตันจนต้องหายใจทางปาก น้ำมูกไหลลงคอ หรือไอมากในช่วงกลางคืน CDC แนะนำแนวทางดูแลอาการทั่วไป ได้แก่ ใช้น้ำเกลือสำหรับจมูกตามคำแนะนำ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นหรือไอเย็นที่สะอาด และได้รับของเหลวอย่างเหมาะสม ส่วน NHS แนะนำการพัก ดื่มน้ำ และใช้ไอน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำเพื่อช่วยให้รู้สึกโล่งจมูกขึ้น โดยควรระวังการใช้น้ำร้อนกับเด็ก

หากจำเป็นต้องใช้ยาลดคัดจมูก ยาแก้ไอ หรือยาแก้หวัดชนิดรวม ควรอ่านฉลากให้ครบและตรวจว่ามีตัวยาซ้ำกับผลิตภัณฑ์อื่นที่กำลังใช้อยู่หรือไม่ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาหรือรับประทานถี่ขึ้นเพราะต้องการให้นอนหลับง่ายขึ้น ยาแก้หวัดบางชนิดมีข้อจำกัดตามอายุ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะในเด็ก CDC ระบุว่ายาแก้ไอและหวัดที่จำหน่ายทั่วไปไม่แนะนำสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี จึงควรสอบถามบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

งานยุ่งจนดื่มน้ำน้อย เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง

เวลาป่วยแล้วยังทำงาน หลายคนอาจนั่งอยู่หน้าจอต่อเนื่องจนลืมดื่มน้ำ ทั้งที่ช่วงเป็นหวัดอาจมีไข้ เจ็บคอ หรือหายใจทางปากจากจมูกตัน ทำให้รู้สึกปากและคอแห้งมากขึ้น CDC แนะนำให้ผู้ที่เป็นหวัดได้รับของเหลวอย่างเพียงพอ และระบุ ภาวะขาดน้ำ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ควรขอคำแนะนำทางการแพทย์หากเกิดขึ้นระหว่างมีอาการ

ไม่จำเป็นต้องบังคับว่าทุกคนต้องดื่มน้ำจำนวนลิตรเท่ากัน วิธีที่เหมาะกว่าในชีวิตจริงคือมีน้ำอยู่ใกล้ตัวและจิบเป็นระยะตามความต้องการ โดยเฉพาะหากมีไข้หรือรับประทานอาหารได้น้อย หากสังเกตว่าปากแห้งมาก ปัสสาวะลดลง เวียนศีรษะ หรือดื่มน้ำได้ยาก ควรเพิ่มความระมัดระวัง ส่วนผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้จำกัดของเหลว ควรยึดแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ไม่ควรเพิ่มน้ำเองตามคำแนะนำทั่วไป

พักผ่อนน้อยแล้วกินไม่เป็นเวลา อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้น

เป็นหวัดแล้วเบื่ออาหารหรือกินได้น้อยสามารถพบได้ และช่วงที่งานยังยุ่งอาจยิ่งทำให้ข้ามมื้อหรือกินแบบเร่งรีบ NHS แนะนำให้รับประทานอาหารที่เหมาะสมกับช่วงป่วย และ CDC ระบุว่าความอยากอาหารลดลงสามารถพบได้ในโรคทางเดินหายใจจากไวรัสบางชนิด หากยังรับประทานได้ การเลือกอาหารที่กินง่ายและไม่ทำให้เจ็บคอมากขึ้นอาจช่วยให้ผ่านช่วงไม่สบายได้สะดวกกว่า

ถ้าเจ็บคอ สามารถเลือกอาหารนุ่มหรือเครื่องดื่มที่รับประทานแล้วสบายคอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่เผ็ด เปรี้ยว หรือร้อนมากหากทำให้ระคาย ไม่จำเป็นต้องห้ามอาหารจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล หากเบื่ออาหารอาจแบ่งเป็นมื้อเล็กลงตามความเหมาะสม แต่ถ้ากินหรือดื่มแทบไม่ได้ กลืนลำบากมาก หรือมีอาการขาดน้ำร่วม ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรปล่อยเพราะคิดว่าพอหายหวัดแล้วจะกลับมากินได้เอง

กาแฟและเครื่องดื่มเพื่อฝืนทำงาน ไม่ควรใช้แทนการพัก

ช่วงที่เป็นหวัดแต่งานยังไม่เสร็จ บางคนอาจพึ่งกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพื่อให้ทำงานต่อ แต่เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ควรถูกใช้เป็นวิธีแทนการนอนหรือการพัก หากดื่มในช่วงเย็นหรือกลางคืนแล้วทำให้นอนยาก ก็อาจยิ่งทำให้กิจวัตรการพักถูกรบกวนต่อไป โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีน

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือยาแก้หวัดบางผลิตภัณฑ์อาจทำให้ง่วง ขณะที่บางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ส่งผลต่อความรู้สึกตื่นตัว จึงควรอ่านฉลากก่อนขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ไม่ควรใช้กาแฟเพื่อ “แก้” อาการง่วงจากยาโดยไม่รู้ว่าตัวยาที่รับประทานคืออะไร หากจำเป็นต้องทำงานและไม่แน่ใจเรื่องผลของยา สามารถสอบถามเภสัชกรได้ก่อน

เป็นหวัดแล้วยังออกกำลังกายหนักหรือทำงานใช้แรง ควรระวังการฝืนร่างกาย

ถ้าอาการเพียงเล็กน้อย บางคนอาจยังทำกิจกรรมทั่วไปได้ แต่หากมีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลียมาก หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่พร้อม ควรลดกิจกรรมที่ใช้แรงก่อน NHS ระบุว่าไข้หวัดสามารถทำให้รู้สึกเหนื่อยและไม่สบายตัว และแนะนำให้พักมากขึ้นในช่วงที่มีอาการ ไม่ควรใช้การออกกำลังกายหนักเพื่อ “ขับเหงื่อให้หวัดออก” เพราะไม่ได้เป็นวิธีดูแลไข้หวัดตามแนวทางทั่วไป

หากต้องทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงและรู้สึกเวียนหัว อ่อนแรง หรือหายใจไม่ปกติ ควรหยุดกิจกรรมและประเมินอาการก่อน การพักจากกิจกรรมหนักในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่ควรกลับไปทำกิจกรรมหนักเมื่ออาการโดยรวมดีขึ้นและร่างกายพร้อมมากกว่าเดิม

ไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อาจดูคล้ายหวัด ควรสังเกตเมื่ออาการมากกว่าที่คิด

CDC ระบุว่า SARS-CoV-2 ไวรัสไข้หวัดใหญ่ และ RSV สามารถทำให้เกิด อาการคล้ายหวัด ได้ แต่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา และมีโอกาสทำให้เกิดอาการรุนแรงมากกว่า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ดังนั้น ถ้าอาการเด่นมาก เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยมาก อ่อนเพลียจนทำกิจวัตรแทบไม่ได้ หรืออาการเกิดขึ้นรวดเร็ว ไม่ควรสรุปว่าเป็นหวัดจากอาการเพียงอย่างเดียว

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและมีอาการเข้ากับไข้หวัดใหญ่หรือ COVID-19 ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์เร็ว เพราะ CDC ระบุว่ายาต้านไวรัสบางชนิดจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเริ่มในช่วงต้นของการป่วย การพยายามพักเพิ่มอีกสองสามวันเพื่อดูว่าอาการจะดีขึ้นจึงอาจไม่เหมาะกับคนทุกกลุ่ม

อย่าฝืนไปทำงาน หากอาการยังชัดและอาจแพร่เชื้อให้คนอื่น

การพักผ่อนระหว่างเป็นหวัดไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับตัวเรา แต่ยังช่วยลดโอกาสนำเชื้อไปแพร่ในที่ทำงานด้วย ไวรัสทางเดินหายใจสามารถแพร่ผ่านละอองจากการไอหรือจาม การสัมผัสใกล้ชิด หรือมือที่ไปสัมผัสพื้นผิวแล้วแตะตา จมูก หรือปาก หากมีอาการทางเดินหายใจที่ยังไม่ดีขึ้น CDC แนะนำให้อยู่บ้านและห่างจากผู้อื่นเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีอาการชัด

หากจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น ควรใส่ใจเรื่องการล้างมือ ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม ไม่ใช้แก้วน้ำหรือของส่วนตัวร่วมกัน และให้ความสำคัญเป็นพิเศษหากในบ้านหรือที่ทำงานมีผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การลดกิจกรรมและพักอยู่บ้านเมื่อไม่สบายจึงเป็นทั้งเรื่องการพักร่างกายและการดูแลคนรอบตัว

หากเลือกใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ควรแยกจากการพักและการดูแลพื้นฐาน

เวลาพักผ่อนน้อยแล้วเป็นหวัด บางคนอาจพยายามหายาหรือผลิตภัณฑ์หลายชนิดมาใช้เพื่อให้ยังทำงานต่อได้ แต่ ยาและผลิตภัณฑ์สำหรับบรรเทาอาการไม่ควรถูกใช้แทนการพัก CDC ระบุว่ายาที่ซื้อได้ทั่วไปอาจช่วยบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำให้ไข้หวัดหาย และควรใช้ตามฉลาก ยาปฏิชีวนะก็ไม่เหมาะสำหรับไข้หวัดธรรมดา เนื่องจากหวัดเกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

หากสนใจยาแผนไทยหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ควรอ่าน ชื่อผลิตภัณฑ์ สรรพคุณ วิธีใช้ ส่วนประกอบ เลขทะเบียน และคำเตือน ของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือจริง ไม่ควรนำสรรพคุณของสมุนไพรตัวเดียวไปขยายเป็นสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ทั้งตำรับ และไม่ควรเพิ่มจำนวนการใช้เพื่อหวังว่าจะกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอื่นอยู่ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือไม่แน่ใจเรื่องการใช้ร่วมกัน ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

อาการแบบไหนควรพบแพทย์ ไม่ควรโทษว่าพักผ่อนน้อยอย่างเดียว

CDC แนะนำให้ขอการดูแลทางการแพทย์หากมี หายใจลำบากหรือหายใจเร็ว มีภาวะขาดน้ำ ไข้นานเกิน 4 วัน อาการนานเกิน 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรืออาการที่เคยดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นมากขึ้น รวมถึงกรณีที่โรคประจำตัวกำเริบ NHS ก็แนะนำให้พบแพทย์หากมีอุณหภูมิสูงนานหลายวัน อาการแย่ลง หายใจสั้น เจ็บหน้าอก อาการไม่ดีขึ้นหลังประมาณ 10 วัน หรือมีอาการหวัดร่วมกับโรคเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ดังนั้น หากเป็นหวัดแล้วพักผ่อนน้อยจนรู้สึกเหนื่อย ไม่ควรใช้เรื่องนอนไม่พอเป็นคำอธิบายกับทุกอาการ หากเริ่มมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึม ดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาการทรุดเร็ว ควรได้รับการประเมินทันทีตามความรุนแรง ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่หรือ COVID-19 ก็ควรขอคำแนะนำเร็วกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องรอครบ 10 วันก่อนจึงไปพบแพทย์

สรุป เป็นหวัดแล้วพักผ่อนน้อย ควรระวังทั้งความเหนื่อย การกินดื่ม และการมองข้ามอาการที่แย่ลง

เป็นหวัดแล้วพักผ่อนน้อยไม่ได้หมายความว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนทุกคน แต่ช่วงที่ป่วยและยังนอนน้อยอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น จัดกิจวัตรได้ยาก และเผลอละเลยเรื่องสำคัญ เช่น การพัก ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือสังเกตว่าอาการกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร แนวทางจากทั้ง CDC และ NHS จึงให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและได้รับของเหลวอย่างเหมาะสมระหว่างมีอาการหวัด

หากต้องทำงานในช่วงเป็นหวัด ควรลดสิ่งที่ไม่จำเป็น แบ่งช่วงพักให้มากขึ้น และพยายามกลับเข้าสู่เวลานอนที่สม่ำเสมอ ดูแลคัดจมูกหรืออาการคอที่รบกวนการนอน จิบน้ำตามความเหมาะสม และรับประทานอาหารเท่าที่ทำได้ ไม่ควรใช้กาแฟ ยาแก้หวัด หรือผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อฝืนให้ทำงานต่อโดยไม่พัก และไม่ควรใช้ยาหลายชนิดร่วมกันโดยไม่ตรวจฉลาก

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสังเกตว่าอาการยังอยู่ในระดับของหวัดทั่วไปหรือไม่ หากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ขาดน้ำ ไข้ต่อเนื่อง อาการไม่ดีขึ้นหลังประมาณ 10 วัน หรือดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง ควรพบแพทย์ รวมถึงผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือ COVID-19 ควรได้รับคำแนะนำตั้งแต่ช่วงต้น ไม่ควรรอเพราะคิดว่าแค่ได้นอนเพิ่มก็น่าจะดีขึ้นเอง

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้

ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง

Website : https://baihor.com/

Youtube :@baihorchanel2177

Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor

Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor

แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

  • อ่านฉลากยาสมุนไพรให้เป็น ก่อนใช้ควรดูอะไรบ้างเพื่อความปลอดภัย : https://baihor.com/blog-herbal-medicine-label/ 
  • CDC – About Common Cold : https://www.cdc.gov/common-cold/about/ 
  • CDC – Manage Common Cold : https://www.cdc.gov/common-cold/treatment/index.html 
  • CDC – Preventing Spread of Respiratory Viruses When You’re Sick : https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/precautions-when-sick.html
  • NHS – Common cold : https://www.nhs.uk/conditions/common-cold/

เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

บทความแนะนำ