ข้อ เท้าพลิก ควรทำอย่างไรในช่วงแรก และเมื่อไรควรพบแพทย์

ข้อ เท้าพลิก ควรทำอย่างไรในช่วงแรก และเมื่อไรควรพบแพทย์

ข้อ เท้าพลิก ควรทำอย่างไรในช่วงแรก และเมื่อไรควรพบแพทย์

ข้อ เท้าพลิก เป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเกิดจากการเดินพลาด ลงบันไดผิดจังหวะ เล่นกีฬา วิ่งบนพื้นไม่เรียบ ใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม หรือสะดุดล้มระหว่างทำกิจกรรมทั่วไป หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กและพยายามฝืนเดินต่อ แต่ในความเป็นจริง ข้อเท้าพลิกบางกรณีอาจมีตั้งแต่เอ็นยึดข้อถูกยืดเล็กน้อย ไปจนถึงเอ็นฉีกขาดหรือมีการบาดเจ็บของกระดูก ดังนั้นการดูแลในช่วงแรกจึงสำคัญมาก

ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าข้อเท้าแพลงคือภาวะเจ็บของเส้นเอ็นยึดข้อหรือเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าอย่างเฉียบพลัน มักเกิดจากข้อเท้าบิดหมุนออกจากแนวปกติ ทำให้เอ็นถูกยืดและเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าบาดเจ็บ โดยหากอุบัติเหตุรุนแรงอาจมีเอ็นฉีกขาด กระดูกร้าว หรือกระดูกหักได้

ข้อ เท้าพลิก คืออะไร

ข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลงเกิดขึ้นเมื่อข้อเท้าถูกบิดหรือหมุนผิดทิศทางอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นเอ็นรอบข้อเท้าถูกยืดหรือบาดเจ็บ อาการที่พบได้บ่อยคือปวด บวม กดเจ็บ มีรอยฟกช้ำ เดินลงน้ำหนักลำบาก หรือรู้สึกข้อเท้าไม่มั่นคง

ทำไมข้อเท้าพลิกจึงไม่ควรมองข้าม

ข้อเท้าพลิกไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากันทุกครั้ง บางรายอาจเป็นเพียงเอ็นยืดเล็กน้อยและยังเดินได้ แต่บางรายอาจมีเอ็นฉีกขาดบางส่วนหรือฉีกขาดมาก จนไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ มหาวิทยาลัยมหิดลแบ่งความรุนแรงของข้อเท้าแพลงเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับที่ยังลงน้ำหนักได้ ไปจนถึงระดับที่เอ็นฉีกขาดทั้งหมด มีข้อเท้าหลวมและอาจใช้เวลาฟื้นตัวนาน

อาการที่พบได้ในช่วงแรก

หลังข้อเท้าพลิก มักมีอาการปวดทันทีหรือค่อย ๆ ปวดมากขึ้น มีบวมบริเวณตาตุ่มหรือรอบข้อเท้า บางคนมีรอยช้ำหรือห้อเลือด เคลื่อนไหวข้อเท้าได้ลดลง และเจ็บเมื่อพยายามยืนหรือเดินลงน้ำหนัก หากมีอาการชา เย็นผิดปกติ หรือรู้สึกข้อเท้าหลวมมาก ควรระวังเป็นพิเศษ

ข้อ เท้าพลิก ช่วงแรกควรทำอย่างไร
ข้อ เท้าพลิก ช่วงแรกควรทำอย่างไร

ข้อ เท้าพลิก ช่วงแรกควรทำอย่างไร

ในช่วงแรกหลังข้อเท้าพลิก ควรหยุดกิจกรรมทันทีและประเมินอาการ ไม่ควรฝืนเดินหรือวิ่งต่อ เพราะอาจทำให้อาการบาดเจ็บมากขึ้น แนะนำแนวทาง R.I.C.E. สำหรับการดูแลอาการเคล็ดหรือแพลงเบื้องต้น ได้แก่ Rest, Ice, Compression และ Elevation หรือพัก ประคบเย็น พันกระชับ และยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น

1. Rest พักข้อเท้าและหยุดลงน้ำหนัก

หลังข้อเท้าพลิก ควรหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที เช่น วิ่ง เล่นกีฬา เดินเร็ว หรือยกของ หากรู้สึกเจ็บเมื่อลงน้ำหนัก ควรลดการใช้งานข้อเท้าข้างนั้น ไม่ควรฝืนเดินต่อไกล ๆ เพราะอาจทำให้บวมมากขึ้นหรือฟื้นตัวช้าลง

ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรพักข้อเท้าให้มากขึ้น หากจำเป็นต้องเดิน อาจใช้ไม้เท้า อุปกรณ์พยุง หรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพื่อลดแรงกดที่ข้อเท้า แต่หากเจ็บมากจนลงน้ำหนักไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

2. Ice ใช้ความเย็นอย่างเหมาะสม

การใช้ความเย็นในช่วงแรกอาจช่วยให้บริเวณที่บาดเจ็บรู้สึกสบายขึ้นและช่วยดูแลอาการบวมเบื้องต้นได้ ควรใช้ผ้าห่อน้ำแข็งหรือเจลเย็น ไม่ควรวางน้ำแข็งโดยตรงบนผิว เพราะอาจทำให้ผิวระคายหรือเย็นจัดเกินไป

หากใช้ผลิตภัณฑ์สเปรย์เย็น ควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากเท่านั้น ไม่ฉีดใกล้เกินไป ไม่ฉีดนานเกินคำแนะนำ และหลีกเลี่ยงบริเวณแผลเปิด ผิวถลอก หรือบริเวณที่บอบบาง

3. Compression พันกระชับพอดี

การพันผ้ายืดหรือใช้ปลอกพยุงข้อเท้าอาจช่วยให้รู้สึกมั่นคงขึ้นและช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ทำให้เจ็บ แต่ต้องพันให้พอดี ไม่แน่นเกินไป หากปลายเท้าชา เย็น สีคล้ำ หรือรู้สึกปวดมากขึ้นหลังพัน ควรคลายผ้าทันที

4. Elevation ยกข้อเท้าให้สูงขึ้น

ควรยกข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเท่าที่ทำได้ เช่น นอนแล้ววางขาบนหมอน โดยเฉพาะช่วงแรกที่มีอาการบวม การยกเท้าให้สูงขึ้นเป็นหนึ่งในแนวทาง R.I.C.E. แนะนำสำหรับการดูแลอาการแพลงเบื้องต้น

เมื่อไรข้อเท้าพลิกควรพบแพทย์

ข้อเท้าพลิกบางกรณีควรพบแพทย์ทันทีหรือเร็วที่สุด เพราะอาจไม่ใช่การบาดเจ็บเล็กน้อย Mayo Clinic ระบุว่าหากอาการแพลงรุนแรง การรักษาล่าช้าอาจนำไปสู่อาการปวดต่อเนื่องและข้อไม่มั่นคงได้ และหากอาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง หรือยังมีอาการปวดและข้อไม่มั่นคง ควรนัดพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ลงน้ำหนักไม่ได้หรือเดินไม่ได้

หากข้อเท้าพลิกแล้วไม่สามารถยืน ลงน้ำหนัก หรือเดินได้ ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นการบาดเจ็บระดับปานกลางถึงรุนแรง หรืออาจมีการบาดเจ็บของกระดูกและเส้นเอ็นร่วมด้วย มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าข้อเท้าแพลงระดับรุนแรงมักพบว่าไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้และมีปวดบวมร่วมด้วย

บวมมาก ปวดมาก หรือมีรอยช้ำลามเร็ว

หากอาการบวมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดมากจนขยับไม่ได้ หรือมีรอยช้ำลามกว้าง ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรนวดแรงหรือใช้ความร้อนทันที เพราะอาจทำให้อาการระคายมากขึ้นได้ในบางกรณี

ข้อเท้าผิดรูป ชา หรือเย็นผิดปกติ

หากข้อเท้าดูผิดรูป มีอาการชา ปลายเท้าเย็นผิดปกติ สีผิวเปลี่ยน หรือรู้สึกเหมือนการรับความรู้สึกที่เท้าผิดไป ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่าการเคล็ดทั่วไป

อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง

หากพัก ประคบเย็น ยกเท้า และลดการใช้งานแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือยังมีอาการปวดและข้อเท้าไม่มั่นคง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกต่อเนื่องโดยไม่หาสาเหตุ

สิ่งที่ไม่ควรทำหลังข้อเท้าพลิก

ไม่ควรฝืนเดินหรือเล่นกีฬาต่อ

เมื่อข้อเท้าพลิก ควรหยุดกิจกรรมทันที เพราะการฝืนเดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬาต่ออาจเพิ่มแรงกดต่อเอ็นและเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ ทำให้อาการบวมและปวดมากขึ้นได้

ไม่ควรนวดแรงในช่วงแรก

หากข้อเท้ายังบวมและปวดมาก ไม่ควรนวดแรง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายหรือเจ็บเพิ่มขึ้น ควรเน้นพัก ใช้ความเย็นอย่างเหมาะสม และประเมินอาการก่อน

ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เกินคำแนะนำ

ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์เย็น ยาทาภายนอก หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ควรใช้ตามฉลาก ไม่ใช้ถี่เกินหรือมากเกินกว่าที่แนะนำ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์มากกว่าการเพิ่มปริมาณการใช้เอง

ดูแลข้อเท้าหลังอาการเริ่มดีขึ้นอย่างไร

หลังอาการปวดและบวมลดลง อาจเริ่มขยับข้อเท้าเบา ๆ ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรรีบกลับไปออกกำลังกายหนักทันที ควรให้ข้อเท้ามีเวลาฟื้นตัว และหากมีนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ดูแล ควรทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

เริ่มจากขยับเบา ๆ

เมื่ออาการเริ่มทุเลา อาจขยับข้อเท้าช้า ๆ ในช่วงที่ไม่เจ็บมาก เช่น กระดกปลายเท้า หมุนข้อเท้าเบา ๆ หรือเดินระยะสั้นตามความสามารถ แต่หากขยับแล้วปวดมากขึ้นควรหยุด

กลับไปใช้งานทีละขั้น

ไม่ควรกลับไปวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาที่ต้องเปลี่ยนทิศทางเร็วทันที ควรเริ่มจากเดินเบา ๆ เพิ่มระยะทีละน้อย และสังเกตว่ามีปวด บวม หรือข้อเท้าไม่มั่นคงกลับมาหรือไม่

เลือกรองเท้าและพื้นที่ให้เหมาะสม

การใส่รองเท้าที่พอดีและเหมาะกับกิจกรรม รวมถึงหลีกเลี่ยงพื้นขรุขระหรือพื้นลื่น ช่วยลดโอกาสข้อเท้าพลิกซ้ำได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติข้อเท้าพลิกมาก่อน

สรุป

ข้อเท้าพลิกควรเริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงแรกด้วยการหยุดกิจกรรม พักข้อเท้า ลดการลงน้ำหนัก ใช้ความเย็นอย่างเหมาะสม พันกระชับพอดี และยกเท้าให้สูงขึ้นตามแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากข้อเท้าพลิกแล้วลงน้ำหนักไม่ได้ เดินไม่ได้ บวมมาก ปวดมาก มีรอยช้ำลาม ข้อเท้าผิดรูป ชา ปลายเท้าเย็นผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรปล่อยไว้นาน และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกแทนการประเมินอาการ เพราะข้อเท้าพลิกบางกรณีอาจมีความรุนแรงมากกว่าที่เห็นจากภายนอก

ติดต่อสอบถาม และขอคำปรึกษาฟรี ได้ที่ Line LINE ตราใบห่อ@trabaihor หรือ กดติดตามช่อง Baihor ที่น่าสนใจมากมายได้ที่ 

Website : https://baihor.com/

Youtube :@baihorchanel2177

Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor

Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor