ข้อเท้าพลิกควรทำอย่างไรในช่วงแรก และเมื่อไรควรพบแพทย์
ข้อเท้าพลิก หรือ ข้อเท้าแพลง เป็นการบาดเจ็บของเอ็นที่ช่วยพยุงข้อเท้า มักเกิดขึ้นเมื่อข้อเท้าบิดหรือหมุนออกจากแนวปกติ อาการอาจมีตั้งแต่ปวดและบวมเล็กน้อย ไปจนถึงเอ็นฉีกขาด ข้อเท้าไม่มั่นคง หรือมีการบาดเจ็บของกระดูกร่วมด้วย ผู้ที่มีอาการรุนแรงจึงไม่ควรประเมินจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว
ในช่วง 2–3 วันแรกควรดูแลตามหลัก PRICE ได้แก่ ป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม พักกิจกรรม ใช้ความเย็น พันกระชับ และยกเท้าสูง อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ข้อเท้าผิดรูป มีอาการชา ปลายเท้าเย็น หรือปวดบวมรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว ไม่ควรพึ่งสเปรย์เย็นหรือผลิตภัณฑ์ภายนอกแทนการประเมินจากแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัย การเอกซเรย์ หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์และนักกายภาพบำบัด
แนวทางปฐมพยาบาลข้อเท้าพลิกและสัญญาณที่ควรพบแพทย์
ข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลงคืออะไร
ข้อเท้าพลิกเกิดจากข้อเท้าถูกบิดหรือหมุนอย่างรวดเร็ว ทำให้เอ็นที่ช่วยประคองข้อเท้าถูกยืดหรือฉีกขาด อาการที่พบได้ ได้แก่
- ปวดบริเวณข้อเท้า โดยเฉพาะขณะยืนหรือเดินลงน้ำหนัก
- บวมและมีรอยฟกช้ำ
- กดเจ็บบริเวณรอบตาตุ่ม
- เคลื่อนไหวข้อเท้าได้ลดลง
- รู้สึกว่าข้อเท้าหลวมหรือไม่มั่นคง
- มีอาการชาหรือรู้สึกเย็นผิดปกติบริเวณเท้าหรือข้อเท้า
ความรุนแรงอาจมีตั้งแต่เอ็นถูกยืดเล็กน้อย เอ็นฉีกขาดบางส่วน ไปจนถึงเอ็นฉีกขาดทั้งหมด อาการของข้อเท้าแพลงรุนแรงอาจคล้ายกับกระดูกหัก จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์หากมีอาการมากหรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้
เมื่อเกิดข้อเท้าพลิกควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก
ควรหยุดกิจกรรมทันทีและเคลื่อนย้ายไปอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่ควรฝืนเดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬาต่อ หากลงน้ำหนักแล้วปวดมาก ควรลดการลงน้ำหนักและขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ควรถอดรองเท้าหรืออุปกรณ์ที่รัดข้อเท้าออกอย่างระมัดระวังก่อนอาการบวมเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรดึง บิด หรือพยายามจัดข้อเท้าที่มีลักษณะผิดรูปด้วยตนเอง
จากนั้นควรประเมินว่าเกิดอาการต่อไปนี้หรือไม่
- ได้ยินเสียงแตกหรือเสียงดังขณะเกิดเหตุ
- ข้อเท้าผิดรูปหรือชี้ไปในมุมที่ผิดปกติ
- ไม่สามารถยืนหรือเดินได้
- มีอาการชา เสียวซ่า หรือปลายเท้าเย็น
- สีผิวบริเวณเท้าเปลี่ยนเป็นซีด คล้ำ น้ำเงิน หรือเทา
- ปวดหรือบวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากพบอาการเหล่านี้ควรไปสถานพยาบาลทันที เพราะอาจมีการบาดเจ็บของกระดูก เส้นประสาท หรือระบบไหลเวียนเลือดร่วมด้วย

ปฐมพยาบาลด้วยหลัก PRICE ในช่วง 2–3 วันแรก
NHS แนะนำหลัก PRICE สำหรับการดูแลอาการเคล็ดหรือแพลงในช่วง 2–3 วันแรก ประกอบด้วย Protection, Rest, Ice, Compression และ Elevation
P — Protection ป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม
ป้องกันข้อเท้าจากการบิดซ้ำหรือรับแรงกระแทกเพิ่มเติม อาจใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้า รองเท้าที่ช่วยประคองเท้า หรือไม้ค้ำตามความเหมาะสม
ไม่ควรพันหรือดามข้อเท้าด้วยวัสดุแข็งที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับการแพทย์ และไม่ควรพยายามดัดข้อเท้าให้กลับเข้าที่ด้วยตนเอง หากข้อเท้าผิดรูปหรือปวดรุนแรงควรไปสถานพยาบาล
R — Rest พักกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
หยุดวิ่ง กระโดด เล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่ทำให้ข้อเท้าปวดเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ปวดมากควรลดการลงน้ำหนักและใช้เครื่องช่วยพยุงตามความจำเป็น
การพักไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดเคลื่อนไหวข้อเท้าทั้งหมดเป็นเวลานาน เมื่อสามารถขยับได้โดยไม่มีอาการปวดรุนแรงขัดขวาง อาจเริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ ตามช่วงที่ทำได้ เพื่อช่วยลดความยึดติดของข้อ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอาการรุนแรงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน
I — Ice ใช้ Cold Pack อย่างปลอดภัย
ใช้ถุงเย็น เจลเย็น หรือถุงน้ำแข็งที่ห่อด้วยผ้าบาง ไม่ควรวางน้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังได้รับความเสียหายจากความเย็น
แนวทางทั่วไปคือประคบครั้งละไม่เกินประมาณ 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมงในช่วง 2–3 วันแรก โดยควรตรวจผิวหนังเป็นระยะ หากมีอาการแสบมาก ชา ผิวซีด หรือรู้สึกผิดปกติ ควรหยุดใช้ทันที
ผู้ที่มีแผลเปิด การไหลเวียนเลือดไม่ดี การรับความรู้สึกของผิวหนังลดลง หรือไวต่อความเย็น ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ Cold Pack
C — Compression พันกระชับอย่างเหมาะสม
ใช้ผ้ายืดพันเพื่อช่วยพยุงข้อเท้าและจำกัดการเคลื่อนไหวที่ทำให้ปวด ควรพันให้กระชับแต่ไม่แน่นจนรบกวนการไหลเวียนเลือด
หลังพันควรตรวจปลายเท้าเป็นระยะ หากมีอาการชา เสียวซ่า ปลายเท้าเย็น สีผิวคล้ำ หรือปวดเพิ่มขึ้น ควรคลายหรือถอดผ้าพันทันที NHS ระบุว่าการพันกระชับมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยพยุงบริเวณที่บาดเจ็บในช่วงกลางวัน ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ตรวจอาการ
E — Elevation ยกเท้าให้สูง
ขณะนั่งหรือนอนควรใช้หมอนรองขาและข้อเท้าให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจเท่าที่ทำได้ ไม่ควรนั่งห้อยเท้าเป็นเวลานานในช่วงที่มีอาการบวม
ควรรองหมอนตั้งแต่บริเวณน่องหรือใต้เข่าลงมาถึงข้อเท้า ไม่วางหมอนเฉพาะใต้ส้นเท้าจนเกิดแรงกดมากเกินไป
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก
ในช่วง 1–2 วันแรกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือวิธีดูแลที่อาจทำให้อาการปวด บวม หรือฟกช้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่
- การประคบร้อน อาบน้ำร้อน หรือแช่น้ำอุ่น
- การนวดแรงบริเวณข้อเท้าที่เพิ่งบาดเจ็บ
- การดื่มแอลกอฮอล์
- การวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาต่อ
- การยืดหรือบิดข้อเท้าอย่างรุนแรง
- การใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกเกินขนาดหรือเกินระยะเวลาที่ฉลากกำหนด
NHS และศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลแนะนำให้หลีกเลี่ยงความร้อน แอลกอฮอล์ การวิ่ง และการนวดในระยะแรก เพราะอาจทำให้อาการบวมและฟกช้ำเพิ่มขึ้น
เมื่อไรควรพบแพทย์โดยเร็ว
ควรพบแพทย์หรือไปสถานพยาบาลหากมีอาการต่อไปนี้
- ปวดรุนแรงหรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- บวมมาก หรืออาการบวมและรอยช้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเดินได้มากกว่าสองสามก้าว
- กดเจ็บบริเวณกระดูกข้อเท้าหรือเท้าอย่างชัดเจน
- ข้อเท้าผิดรูปหรืออยู่ในมุมผิดปกติ
- ได้ยินเสียงแตกขณะเกิดอุบัติเหตุ
- มีอาการชา เสียวซ่า หรือรับความรู้สึกผิดปกติ
- ปลายเท้าเย็น ซีด คล้ำ หรือน้ำเงิน
- ข้อเท้าหลวมและรู้สึกว่าจะพลิกซ้ำ
- มีไข้ หรือบริเวณข้อเท้าแดงร้อนผิดปกติ
- ดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
อาการข้อเท้าแพลงรุนแรงอาจคล้ายกระดูกหัก และผู้ที่ลงน้ำหนักลำบากหรือกดเจ็บบริเวณกระดูกอาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ เพื่อแยกกระดูกหักออกจากการบาดเจ็บของเอ็น
หลังอาการเริ่มดีขึ้นควรขยับข้อเท้าอย่างไร
เมื่ออาการปวดและบวมเริ่มลดลง และสามารถขยับข้อเท้าได้โดยไม่มีความเจ็บปวดรุนแรง อาจเริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ เช่น กระดกปลายเท้าขึ้นลงหรือหมุนข้อเท้าในช่วงสั้น ๆ โดยไม่ฝืน
การกลับไปลงน้ำหนักควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามระดับความเจ็บปวด ผู้ที่มีการบาดเจ็บระดับเล็กน้อยถึงปานกลางอาจเริ่มลงน้ำหนักเท่าที่รับไหว แต่หากขยับแล้วปวดหรือบวมเพิ่ม ควรลดกิจกรรมและขอคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
ไม่ควรรีบกลับไปวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาที่ต้องเปลี่ยนทิศทางรวดเร็วทันที การฟื้นฟูควรรวมถึงการเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของข้อเท้าพลิกซ้ำ
สเปรย์เย็นแตกต่างจาก Cold Pack อย่างไร
Cold Pack คือการใช้ถุงเย็นหรือเจลเย็นห่อผ้าและประคบตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนสเปรย์เย็นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดรู้สึกเย็นชั่วคราว ทั้งสองอย่างจึงไม่ควรถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีเดียวกันหรือใช้ทดแทนกันได้ทุกกรณี
สเปรย์เย็นไม่สามารถใช้ประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บ และไม่ใช้แทนการตรวจเมื่อสงสัยว่ามีกระดูกหัก เอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ
ข้อมูล BH Cooling Active ตามหน้าผลิตภัณฑ์
ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ BH Cooling Active ควรตรวจสอบฉลากและคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้
ข้อมูลบนหน้าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบในปัจจุบันระบุว่า ผลิตภัณฑ์ใช้สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวด บวม เคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อยึด พร้อมระบุวิธีใช้ดังนี้
- เขย่ากระป๋องก่อนใช้
- ฉีดห่างจากผิวประมาณ 7–12 เซนติเมตร
- ห้ามฉีดค้างไว้เกิน 5 วินาที
- ห้ามฉีดบริเวณใบหน้า
- ห้ามฉีดบนแผลเปิด
- หน้าผลิตภัณฑ์แสดงทะเบียนเลขที่ อย. 68-1-3-2-0000429
สรุป
ข้อเท้าพลิกอาจมีความรุนแรงตั้งแต่เอ็นถูกยืดเล็กน้อยไปจนถึงเอ็นฉีกขาดหรือมีกระดูกหักร่วมด้วย ในช่วง 2–3 วันแรกควรดูแลตามหลัก PRICE ได้แก่ ป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม พักกิจกรรม ใช้ Cold Pack ที่ห่อผ้า พันกระชับ และยกเท้าสูง
ไม่ควรฝืนเดิน นวดแรง ประคบร้อน หรือเล่นกีฬาต่อ หากไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ปวดบวมรุนแรง ข้อเท้าผิดรูป มีอาการชา หรือปลายเท้าเย็นและเปลี่ยนสี ควรไปสถานพยาบาลโดยเร็ว ไม่ควรใช้สเปรย์เย็นหรือผลิตภัณฑ์ภายนอกแทนการตรวจ
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้
ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง
Website : https://baihor.com/
Youtube :@baihorchanel2177
Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor
Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor
แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ
- NHS — Sprains and strains: https://www.nhs.uk/conditions/sprains-and-strains/
- American Academy of Orthopaedic Surgeons — Sprained Ankle: https://orthoinfo.aaos.org/diseases–conditions/sprained-ankle/
- ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล — การเตรียมรับมือกับภาวะข้อเท้าแพลง: https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/ankle_prain/
- ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล — การปฏิบัติตนเมื่อเกิดข้อเท้าแพลง: https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/ankle_sprain_management/
- ตราใบห่อ — BH Cooling Active: https://baihor.com/product/bh-cooling-active/
เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

