เล่นกีฬาแล้วเจ็บเล็กน้อย ควรดูแลอย่างไร และอาการแบบไหนไม่ควรรอดูเอง

อุบัติเหตุเล็กน้อยจากกีฬา ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรให้เหมาะสม

อุบัติเหตุเล็กน้อยจากกีฬา ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร

การเล่นกีฬาและออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว แต่ระหว่างกิจกรรมก็อาจเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ เช่น ก้าวพลาด ข้อเท้าพลิก บิดตัวผิดจังหวะ ลื่นล้ม ชนกับผู้เล่นคนอื่น หรือใช้กล้ามเนื้อมากจนเกิดอาการปวด ตึง หรือบวม อาการบางลักษณะสามารถเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ออกระหว่าง อาการที่ไม่รุนแรงและพอสังเกตต่อได้ กับ อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บรุนแรงและควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเกิดอาการเจ็บระหว่างเล่นกีฬา สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดกิจกรรมก่อน ไม่ควรฝืนเล่นต่อเพื่อทดสอบว่ายังไหวหรือไม่ จากนั้นจึงประเมินว่ามีอาการปวด บวม ช้ำ ขยับได้แค่ไหน และสามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติหรือไม่

อุบัติเหตุเล็กน้อยจากกีฬาหมายถึงอะไร

คำว่า “อุบัติเหตุเล็กน้อย” ใช้อธิบายสถานการณ์ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ปวดหรือตึงเล็กน้อยหลังเคลื่อนไหวผิดจังหวะ ข้อพลิกเล็กน้อย หรือมีอาการบวมไม่มาก และยังสามารถขยับบริเวณนั้นได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินว่าอาการ “เล็กน้อย” จากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว หากได้รับแรงกระแทกมาก ปวดรุนแรง หรือใช้งานบริเวณนั้นไม่ได้ ควรระวังว่าอาจเป็นการบาดเจ็บที่ต้องได้รับการประเมิน

ข้อแพลงกับกล้ามเนื้อยืดต่างกันอย่างไร

อาการข้อแพลงหรือ sprain มักเกี่ยวข้องกับเอ็นที่ช่วยพยุงข้อต่อ ส่วน strain เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อที่ถูกยืดมากเกินไป ทั้งสองภาวะอาจมีอาการคล้ายกัน เช่น ปวด กดเจ็บ บวม ช้ำ อ่อนแรง หรือขยับบริเวณนั้นได้ไม่เหมือนเดิม ผู้บาดเจ็บไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยด้วยตัวเองให้ได้ว่าเป็นชนิดใด แต่ควรสังเกตความรุนแรงของอาการและหลีกเลี่ยงการทำให้บริเวณนั้นรับแรงซ้ำ

ขั้นแรกหลังได้รับบาดเจ็บ ควรหยุดกิจกรรมก่อน

หากมีอาการปวดเกิดขึ้นทันทีระหว่างวิ่ง เตะฟุตบอล แบดมินตัน เวทเทรนนิ่ง หรือกิจกรรมอื่น ควรหยุดกิจกรรมและออกจากสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดแรงซ้ำ

อย่าพยายามเล่นต่อเพื่อทดสอบอาการ

หากข้อเท้าพลิกแล้วเจ็บ ไม่ควรลองวิ่งต่อเพื่อดูว่า “ยังไหวไหม” ควรหยุด นั่งพัก และสังเกตว่ามีอาการบวม ช้ำ รูปร่างผิดปกติ หรือเคลื่อนไหวได้น้อยลงหรือไม่ หากยิ่งขยับยิ่งเจ็บ ควรหลีกเลี่ยงการฝืนใช้งาน

หลัก PRICE ใช้ดูแลเบื้องต้นอย่างไร
หลัก PRICE ใช้ดูแลเบื้องต้นอย่างไร

หลัก PRICE ใช้ดูแลเบื้องต้นอย่างไร

สำหรับการบาดเจ็บในกลุ่ม sprain หรือ strain ที่ไม่รุนแรง สามารถใช้หลัก PRICE เป็นกรอบการดูแลช่วงแรก ได้แก่ Protection, Rest, Ice, Compression และ Elevation

Protection ป้องกันบริเวณที่บาดเจ็บ

ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดเพิ่ม และพยายามป้องกันไม่ให้บริเวณนั้นได้รับแรงซ้ำ หากจำเป็นอาจใช้อุปกรณ์พยุงตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรพันหรือดามแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการชา แน่น หรือการไหลเวียนผิดปกติ

Rest พักจากกิจกรรมที่ทำให้เจ็บ

ในช่วงแรกควรพักจากการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ทำให้อาการมากขึ้น หากเป็นบริเวณขาและการลงน้ำหนักทำให้ปวด ควรลดการลงน้ำหนักตามความเหมาะสม คำว่า “พัก” ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดขยับเป็นเวลานานเสมอไป เมื่ออาการดีขึ้นและสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่เจ็บมาก สามารถค่อย ๆ กลับมาเคลื่อนไหวเบา ๆ ได้

Ice ใช้ความเย็นในช่วงแรก

หากมีปวดหรือบวม สามารถใช้ cold pack หรือถุงของแช่แข็งที่ห่อด้วยผ้าก่อนวางบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ควรวางน้ำแข็งหรือของเย็นจัดลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวได้รับความเสียหายจากความเย็น ควรใช้ความเย็นเป็นช่วง ๆ ตามความเหมาะสม ไม่ควรประคบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป

Compression การพันประคอง

การพันผ้ายืดอาจช่วยประคองบริเวณที่บาดเจ็บได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรพันแน่นเกินไป หากพันแล้วมีอาการชา ปลายมือหรือปลายเท้าเย็น สีผิวเปลี่ยน หรือรู้สึกแน่นผิดปกติ ควรคลายผ้าออก

Elevation ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง

หากมีบวม สามารถยกส่วนที่บาดเจ็บขึ้นโดยใช้หมอนรองตามความเหมาะสม ตัวอย่างเช่น หากข้อเท้าพลิก อาจเอนตัวแล้ววางขาบนหมอนแทนการปล่อยเท้าห้อยลงเป็นเวลานาน

ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงอะไร

หากเป็นการบาดเจ็บใหม่และมีอาการปวดหรือบวม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจัดและการนวดแรงบริเวณที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บในช่วงแรก

ไม่ควรรีบนวดแรง

การนวดอาการเมื่อยจากการใช้งานทั่วไปแตกต่างจากการนวดบริเวณที่เพิ่งบาดเจ็บ หากมีปวด บวม ช้ำ หรือเจ็บขึ้นทันทีหลังล้ม บิด หรือกระแทก ควรให้ความสำคัญกับการปฐมพยาบาลและประเมินอาการก่อน

ข้อเท้าพลิกควรดูแลอย่างไร

ข้อเท้าเป็นบริเวณที่เกิดข้อแพลงได้บ่อย โดยเฉพาะจากการวิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว หากอาการไม่รุนแรง อาจเริ่มดูแลด้วยหลัก PRICE และสังเกตแนวโน้มอาการ

อย่ารีบกลับไปวิ่งทันที

แม้อาการบวมจะลดลง แต่ควรดูด้วยว่าสามารถเดิน ขยับข้อเท้า และลงน้ำหนักได้โดยไม่เจ็บมากหรือไม่ การกลับไปเล่นกีฬาควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรกลับไปใช้แรงเต็มระดับทันทีเพียงเพราะอาการภายนอกดูดีขึ้น

กล้ามเนื้อตึงหลังเล่นกีฬาเหมือนการบาดเจ็บหรือไม่

ไม่เสมอไป หากเป็นเพียงความตึงหรือเมื่อยหลังใช้กล้ามเนื้อมาก อาจเกี่ยวข้องกับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าอาการเกิดขึ้นทันทีหลังเคลื่อนไหวผิดจังหวะและมีปวด บวม หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ควรระวังการบาดเจ็บ

อย่าเรียกอาการทุกอย่างว่า “เจ็บธรรมดา”

หากมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมมาก ขยับไม่ได้ หรือมีชาและอ่อนแรง ไม่ควรพยายามยืดหรือออกกำลังกายต่อเพื่อให้หายตึง  ควรหยุดและประเมินอาการก่อน

แผลถลอกจากกีฬา ควรแยกดูแลจากอาการปวดบวม

หากอุบัติเหตุจากกีฬาทำให้เกิดแผลถลอก มีเลือดออก หรือผิวหนังเปิด ควรดูแลในฐานะบาดแผลแยกจากอาการปวดหรือบวมของกล้ามเนื้อ หากแผลลึก สกปรกมาก เลือดออกไม่หยุด หรือเกิดจากแรงกระแทกรุนแรง ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

BH Cooling Active เกี่ยวข้องกับการปฐมพยาบาลอย่างไร

เว็บไซต์ตราใบห่อมี BH Cooling Active ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความเย็นสำหรับใช้ภายนอก ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการใช้สำหรับ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการปวด บวม เคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อยึด ผลิตภัณฑ์จึงควรใช้ตามข้อมูลและวิธีใช้ที่ระบุบนฉลาก

วิธีใช้ BH Cooling Active

ข้อมูลในต้นฉบับระบุให้เขย่ากระป๋องก่อนใช้ และฉีดบริเวณที่ต้องการโดยให้หัวสเปรย์อยู่ห่างจากผิวประมาณ 7–12 เซนติเมตร ไม่ควรฉีดค้างบริเวณเดิมนานเกิน 5 วินาที และไม่ควรฉีดบริเวณใบหน้าหรือแผลเปิด เลขทะเบียนที่ระบุในต้นฉบับคือ 68-1-3-2-0000429 เมื่อต้องใช้จริงควรตรวจข้อมูลบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ถืออยู่ด้วย

สเปรย์เย็นกับ cold pack เหมือนกันหรือไม่

ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีเดียวกันทั้งหมด cold pack เป็นการใช้ความเย็นในรูปแบบประคบ ขณะที่ BH Cooling Active เป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์ที่มีวิธีใช้เฉพาะ หากเลือกใช้ cold pack ควรใช้ตามแนวทางของการประคบเย็น ส่วนหากเลือกใช้ BH Cooling Active ก็ควรใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์

เย็นมากกว่าไม่ได้หมายความว่าดีกว่า

ไม่ควรเพิ่มเวลาประคบหรือฉีดสเปรย์ค้างจุดเดิมนานกว่าที่กำหนดเพียงเพราะต้องการให้รู้สึกเย็นมากขึ้น

เมื่อไรควรเริ่มกลับมาขยับ

เมื่ออาการปวดลดลงและสามารถขยับบริเวณที่บาดเจ็บได้โดยไม่รู้สึกเจ็บมาก สามารถค่อย ๆ กลับมาเคลื่อนไหวตามความเหมาะสม เป้าหมายคือกลับมาใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่รีบกลับไปเล่นกีฬาเต็มกำลังทันที

เริ่มจากกิจกรรมเบาก่อน

อาจเริ่มจากเดิน ขยับข้อ หรือทำกิจกรรมระดับเบา แล้วสังเกตว่าอาการเพิ่มหรือไม่ หากทำแล้วปวดมากขึ้น ควรลดระดับกิจกรรมและพักเพิ่ม

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นมีขอบเขต หากอาการรุนแรงหรือใช้งานบริเวณที่บาดเจ็บไม่ได้ ควรได้รับการประเมิน

ปวดมากหรือบวมมาก

หากอาการปวดรุนแรงขึ้นหรือมีบวมมาก ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ

ลงน้ำหนักไม่ได้

หากเป็นบริเวณข้อเท้า เข่า หรือขาแล้วไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ ควรพบแพทย์

มีชา หรืออ่อนแรง

อาการชา อ่อนแรง หรือรับความรู้สึกผิดปกติไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อตึงจากกีฬา

ข้อหรือกระดูกดูผิดรูป

หากบริเวณที่บาดเจ็บมีรูปร่างผิดปกติชัดเจน ไม่ควรพยายามดัด ดึง หรือนวดกลับเข้าที่เอง

อาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น

หากพักและดูแลเบื้องต้นแล้วอาการกลับปวดหรือบวมมากขึ้น หรือยังไม่ดีขึ้นตามสมควร ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

ป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาได้อย่างไร

ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด แต่สามารถลดปัจจัยบางอย่างได้ด้วยการเตรียมร่างกายและเลือกความหนักของกิจกรรมให้เหมาะกับความพร้อม

วอร์มอัปก่อนออกกำลังกาย

ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ ก่อน แล้วค่อยเข้าสู่กิจกรรมที่หนักขึ้น

เพิ่มความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หากเพิ่งเริ่มวิ่งหรือกลับมาเล่นกีฬาหลังหยุดไปนาน ไม่ควรกลับไประดับเดิมทันที สามารถค่อย ๆ เพิ่มระยะ เวลา น้ำหนัก หรือความเข้มข้นตามความพร้อมของร่างกาย

ไม่ควรฝืนเมื่อเริ่มมีอาการ

หากเริ่มปวดผิดปกติหรือรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวไม่เหมือนเดิม ควรหยุดและประเมินอาการ ไม่ควรรอจนเกิดการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

สรุป อุบัติเหตุเล็กน้อยจากกีฬาควรหยุดกิจกรรมและประเมินอาการก่อน

เมื่อเกิด อุบัติเหตุเล็กน้อยจากกีฬา สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดกิจกรรม ไม่ควรฝืนเล่นต่อ จากนั้นสังเกตว่ามีอาการปวด บวม ช้ำ ขยับได้แค่ไหน และสามารถลงน้ำหนักได้หรือไม่ หากเป็นอาการในกลุ่มข้อแพลงหรือกล้ามเนื้อยืดที่ไม่รุนแรง สามารถใช้หลัก PRICE เป็นแนวทางเบื้องต้น ได้แก่ ป้องกันบริเวณบาดเจ็บ พัก ใช้ความเย็น พันประคองตามความเหมาะสม และยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูง

ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงและความร้อนจัดบริเวณที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บ สำหรับ BH Cooling Active ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการใช้สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวด บวม เคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อยึด พร้อมมีวิธีใช้เฉพาะของผลิตภัณฑ์ จึงควรใช้ตามฉลากและไม่ควรฉีดบริเวณแผลเปิดหรือใบหน้า

หากมี ปวดรุนแรง บวมมาก ฟกช้ำมาก ขยับไม่ได้ ลงน้ำหนักไม่ได้ ชา อ่อนแรง หรือข้อและกระดูกดูผิดรูป ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรพึ่งการปฐมพยาบาลหรือผลิตภัณฑ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว

เมื่ออาการดีขึ้นจึงค่อยกลับมาเคลื่อนไหวและเล่นกีฬาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยดูจากความสามารถในการใช้งานและระดับความเจ็บมากกว่าดูจากจำนวนวันที่พักเพียงอย่างเดียว

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้

ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง

Website : https://baihor.com/

Youtube :@baihorchanel2177

Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor

Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor

แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

  • BH Cooling Active: https://baihor.com/product/bh-cooling-active/
  • บทความ BH Cooling Active กับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ: https://baihor.com/blog-bh-cooling-active-muscle-care/
  • NHS – Sprains and strains: https://www.nhs.uk/conditions/sprains-and-strains/

เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

บทความแนะนำ