ร้อนในบ่อยเกิดจากอะไร? พฤติกรรมที่ควรสังเกต

ร้อนในบ่อยเกิดจากอะไร? พฤติกรรมที่ควรสังเกต

เป็น แผลในปาก หรือ “ร้อนใน” บ่อย ควรสังเกตอะไรบ้าง

คำว่า “ร้อนใน” เป็นคำทั่วไปที่คนไทยใช้เรียกความไม่สบายหลายลักษณะ เช่น แผลภายในช่องปาก ปากแห้ง คอแห้ง หรือกระหายน้ำ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุและแนวทางดูแลแตกต่างกัน คำแนะนำสำหรับผู้อ่าน จึงเน้นเฉพาะ แผลที่เกิดภายในช่องปากและกลับมาเป็นซ้ำ ไม่ได้ใช้คำว่า “ร้อนใน” แทนการวินิจฉัยโรค

แผลในปากมักเกิดบริเวณด้านในริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือเนื้อเยื่อภายในช่องปาก อาจมีลักษณะเป็นแผลสีขาวหรือสีเหลือง มีขอบแดง และทำให้รู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารหรือพูด แม้แผลจำนวนมากจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง แต่แผลที่เป็นซ้ำบ่อย มีขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะผิดไปจากเดิม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์หรือทันตแพทย์

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยสังเกตอาการและดูแลช่องปากเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากบุคลากรทางการแพทย์

แผลในปาก ที่เป็นซ้ำกับปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ควรสังเกต
แผลในปาก ที่เป็นซ้ำกับปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ควรสังเกต

แผลในปาก “ร้อนใน” ที่เป็นซ้ำกับปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ควรสังเกต

แผลในปากหรือแผลแอฟทัสมักเป็นแผลขนาดเล็กที่เกิดภายในช่องปาก มีสีขาวหรือสีเหลืองตรงกลางและมีขอบแดง แผลชนิดนี้ไม่เหมือนกับเริมที่ริมฝีปาก เพราะเริมมักเกิดบริเวณด้านนอกปากและสามารถติดต่อได้ ส่วนแผลแอฟทัสเกิดภายในช่องปากและไม่ติดต่อจากการสัมผัส

ผู้ที่มีแผลควรสังเกตข้อมูลต่อไปนี้

  • แผลเกิดบริเวณใด
  • มีแผลจุดเดียวหรือหลายจุด
  • แผลมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่
  • เป็นมานานกี่วัน
  • เคยเกิดบริเวณเดิมมาก่อนหรือไม่
  • มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรืออาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

การจดบันทึกระยะเวลา ตำแหน่ง และอาการร่วมจะช่วยให้แพทย์หรือทันตแพทย์ประเมินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่แผลกลับมาเป็นซ้ำ

การกัดหรือการเสียดสีภายในช่องปาก

แผลบางส่วนอาจสัมพันธ์กับการกัดกระพุ้งแก้มโดยไม่ตั้งใจ การแปรงฟันแรง ฟันที่มีขอบคม วัสดุอุดฟันที่ขรุขระ ฟันปลอมที่ไม่พอดี หรือเครื่องมือจัดฟันที่เสียดสีกับเนื้อเยื่อภายในช่องปาก

หากแผลเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิม ควรตรวจสอบว่ามีฟันหรืออุปกรณ์ใดสัมผัสกับบริเวณดังกล่าวเป็นประจำหรือไม่ ไม่ควรพยายามขัด ตะไบ หรือแก้ไขฟันและอุปกรณ์ด้วยตนเอง ควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมินและแก้ไขอย่างเหมาะสม

การใช้แปรงสีฟันและการดูแลช่องปาก

การใช้แปรงสีฟันที่มีขนแข็งหรือออกแรงมากเกินไปอาจทำให้เหงือกและเยื่อบุช่องปากได้รับบาดเจ็บ ควรเลือกแปรงสีฟันขนนุ่ม แปรงอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงการถูบริเวณแผลโดยตรง

ไม่ควรใช้ลิ้นดุนแผล ใช้นิ้วสัมผัส หรือพยายามแกะเยื่อบนแผล เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติม หากใช้น้ำยาบ้วนปากแล้วรู้สึกแสบมาก ควรหยุดใช้และสอบถามทันตแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ความเครียดและความอ่อนล้า

ความเครียด ความวิตกกังวล หรือความอ่อนล้าอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นแผลในปากในบางคน แต่ไม่ควรสรุปว่าเป็นสาเหตุเดียวของแผลที่เกิดขึ้นทุกครั้ง

ผู้ที่พบว่าแผลมักเกิดในช่วงทำงานหนักหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจบันทึกช่วงเวลาที่เกิดอาการเพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม หากแผลเกิดซ้ำบ่อยหรือมีอาการรุนแรง ไม่ควรอธิบายว่าเกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รับการตรวจ

อาหารรสจัดและอาหารที่ระคายแผล

อาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยว เครื่องดื่มร้อนจัด และอาหารที่มีเนื้อสัมผัสแข็งหรือหยาบ อาจทำให้แผลที่มีอยู่รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองมากขึ้น แต่ว่าอาหารเหล่านี้ไม่ใช่เป็นสาเหตุของแผลในปากสำหรับทุกคน

ในช่วงที่มีแผล ควรเลือกอาหารที่นุ่ม รับประทานง่าย และมีอุณหภูมิไม่ร้อนเกินไป เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ตุ๋น หรืออาหารรสอ่อน พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้รู้สึกแสบหรือเจ็บมากขึ้นเป็นการชั่วคราว

ยา สารอาหาร และภาวะสุขภาพบางอย่าง

แผลในปากที่เป็นซ้ำอาจเกี่ยวข้องกับยาบางชนิด ภาวะขาดธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินบี 12 หรือสารอาหารอื่น รวมถึงโรคหรือภาวะสุขภาพบางประเภท แต่ไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุจากลักษณะแผลหรือพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว

ผู้ที่สงสัยว่าตนเองได้รับสารอาหารไม่เพียงพอไม่ควรซื้อวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปริมาณสูงมารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเลือดหรือประเมินสาเหตุอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

อาการปากแห้งและการดื่มน้ำ

การดื่มน้ำหรือของเหลวให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย อากาศ และกิจกรรมอาจช่วยลดความรู้สึกปากแห้ง แต่ไม่ควรนำเสนอว่าการดื่มน้ำเป็นวิธีรักษาแผลในปากโดยตรง

ผู้ที่มีอาการปากแห้งต่อเนื่องแม้ดื่มน้ำเพียงพอ หรือมีอาการร่วม เช่น กระหายน้ำมากผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรือใช้ยาที่ทำให้ปากแห้ง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินสาเหตุ

วิธีดูแลแผลในปากเบื้องต้น

แผลในปากจำนวนมากต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัว และไม่มีวิธีใดที่ทำให้แผลหายทันที การลดสิ่งระคายเคืองอาจช่วยลดความเจ็บและช่วยให้รับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น

แนวทางดูแลเบื้องต้นประกอบด้วย

  1. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงอย่างเบามือ
  2. เลือกอาหารนุ่ม รสไม่จัด และไม่ร้อนเกินไป
  3. หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้แผลแสบมากขึ้น
  4. ไม่กัด แกะ หรือสัมผัสแผลโดยไม่จำเป็น
  5. ตรวจสอบฟัน ฟันปลอม หรืออุปกรณ์จัดฟันที่อาจเสียดสี
  6. สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการที่เหมาะสม

เภสัชกรอาจแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับบรรเทาความเจ็บหรือดูแลแผลตามความเหมาะสม แต่หากแผลมีลักษณะผิดปกติ เป็นต่อเนื่อง หรือเกิดซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์แทนการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องด้วยตนเอง

เมื่อใดควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์

ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์หากมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้

  • แผลเป็นนานเกิน 3 สัปดาห์
  • แผลมีขนาดใหญ่หรือแตกต่างจากแผลที่เคยเป็น
  • แผลอยู่ใกล้บริเวณด้านหลังของลำคอ
  • แผลมีเลือดออก
  • อาการปวดหรือรอยแดงเพิ่มขึ้น
  • มีแผลเกิดซ้ำบ่อย
  • แผลรุนแรงจนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ลำบาก
  • มีแผลบริเวณอื่นของร่างกายร่วมด้วย
  • มีข้อปวด บวม หรือแดงร่วมกับแผลในปาก

แผลที่เป็นอยู่นานไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป แต่ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและไม่ควรรอให้มีอาการรุนแรงก่อนเข้ารับการประเมิน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาขมตราใบห่อ

ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ยาขมตราใบห่อ ชนิดแคปซูล ควรตรวจสอบสรรพคุณ ส่วนประกอบ วิธีใช้ เลขทะเบียน และคำเตือนจากฉลากหรือเอกสารกำกับยาฉบับจริงก่อนใช้

หน้าผลิตภัณฑ์ปัจจุบันระบุสรรพคุณของยาขมตราใบห่อไว้ตามฉลาก แต่ไม่ควรตีความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้รักษาแผลในปากได้ทุกชนิด หรือใช้แทนการตรวจเมื่อแผลเกิดซ้ำและมีลักษณะผิดปกติ

กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดังนั้น ข้อความผลิตภัณฑ์ในบทความและภาพประกอบต้องผ่านการตรวจสอบกับฉลากที่ได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่

สามารถอ่านข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับยาขมได้ที่บทความ ยาขมคืออะไร ทำไมคนไทยจึงคุ้นเคย

สรุป

คำว่า “ร้อนใน” อาจถูกใช้เรียกความไม่สบายหลายรูปแบบ แต่บทความนี้มุ่งเน้นแผลที่เกิดภายในช่องปาก ผู้ที่มีแผลเป็นซ้ำควรสังเกตตำแหน่ง ระยะเวลา การเสียดสีในช่องปาก ความเครียด ยาที่ใช้ และอาการอื่นร่วมด้วย โดยไม่ควรวินิจฉัยสาเหตุจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว

การใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม เลือกอาหารที่ไม่ระคายแผล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลอาจช่วยลดความไม่สบายได้ หากแผลนานเกิน 3 สัปดาห์ มีขนาดใหญ่ แตกต่างจากเดิม มีเลือดออก ปวดหรือแดงมากขึ้น หรือเกิดซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อรับการประเมิน

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้

ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง

Website : https://baihor.com/

Youtube :@baihorchanel2177

Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor

Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor

แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

  • NHS — Mouth ulcers: https://www.nhs.uk/conditions/mouth-ulcers/
  • National Institute of Dental and Craniofacial Research — Fever Blisters & Canker Sores: https://www.nidcr.nih.gov/health-info/fever-blisters-canker-sores
  • MedlinePlus, U.S. National Library of Medicine — Canker Sores: https://medlineplus.gov/cankersores.html
  • กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — https://herbal.fda.moph.go.th/product/dmp-1
  • ตราใบห่อ — ข้อมูลยาขมตราใบห่อ ชนิดแคปซูลและข้อความตามหน้าผลิตภัณฑ์

เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

บทความแนะนำ