ข้อเท้าพลิกควรทำอย่างไรในช่วงแรก ดูแลให้ถูกก่อนกลับไปใช้งาน
ข้อเท้าพลิกเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทั้งจากการเดิน วิ่ง เล่นกีฬา กระโดด หรือก้าวพลาดบนพื้นที่ไม่เรียบ บางคนอาจเจ็บเพียงเล็กน้อยและยังเดินได้ ขณะที่บางรายมีอาการปวด บวม ช้ำ หรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ หลังข้อเท้าพลิก สิ่งสำคัญคือ หยุดกิจกรรมก่อน ประเมินความรุนแรง และดูแลบริเวณที่บาดเจ็บอย่างเหมาะสมในช่วงแรก ไม่ควรรีบกลับไปเดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬาหนักทันทีเพียงเพราะยังพอขยับข้อเท้าได้
ข้อเท้าพลิกเกิดจากอะไร
ข้อเท้าพลิกมักเกิดจากข้อเท้าถูกบิดหรือหมุนออกจากแนวปกติอย่างรวดเร็ว เช่น เหยียบพื้นต่างระดับ ก้าวพลาดขณะวิ่ง ลงจากการกระโดดแล้วเท้าวางผิดจังหวะ หรือเปลี่ยนทิศทางเร็วขณะเล่นกีฬา อาการที่ตามมาอาจมีตั้งแต่เจ็บเล็กน้อยไปจนถึงปวด บวม ช้ำ และลงน้ำหนักลำบาก
ข้อเท้าพลิกแต่ละครั้งอาจรุนแรงไม่เท่ากัน
แม้จะเคยข้อเท้าพลิกมาก่อนและครั้งนั้นอาการไม่มาก ก็ไม่ควรใช้ประสบการณ์เดิมมาตัดสินเหตุการณ์ครั้งใหม่ ควรสังเกตทั้งระดับความเจ็บ อาการบวม รอยช้ำ การเคลื่อนไหวของข้อ และความสามารถในการลงน้ำหนัก
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อข้อเท้าพลิก
หากข้อเท้าพลิกระหว่างวิ่ง เล่นฟุตบอล แบดมินตัน บาสเกตบอล หรือออกกำลังกาย ควรหยุดกิจกรรมทันที ไม่ควรลองวิ่งหรือกระโดดต่อเพื่อทดสอบว่า “ยังไหวไหม” เพราะการใช้งานซ้ำในขณะที่ข้อยังเจ็บอาจทำให้อาการมากขึ้น
ยังเดินได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการบาดเจ็บ
บางคนยังสามารถเดินได้หลังข้อเท้าพลิก แต่หากยิ่งเดินแล้วยิ่งเจ็บหรือบวมเพิ่ม ควรลดการลงน้ำหนักและพักข้อเท้า ช่วงแรกควรเน้นป้องกันไม่ให้ข้อเท้าได้รับแรงซ้ำ

หลัก PRICE สำหรับดูแลข้อเท้าพลิกช่วงแรก
หากอาการไม่รุนแรง สามารถใช้หลัก PRICE เป็นแนวทางดูแลเบื้องต้น ได้แก่ Protection, Rest, Ice, Compression และ Elevation
Protection ป้องกันข้อเท้าจากแรงซ้ำ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการเจ็บเพิ่ม เช่น วิ่ง กระโดด หรือหมุนข้อแรง ๆ หากจำเป็น อาจใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรดามหรือพันแน่นเกินไป
Rest พักจากกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
ช่วงแรกควรลดกิจกรรมที่ลงน้ำหนักหรือทำให้ข้อเท้าเจ็บ คำว่า “พัก” ไม่ได้หมายความว่าต้องนอนนิ่งตลอดเวลา แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการเพิ่มขึ้น เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นจึงค่อยกลับมาเคลื่อนไหวตามความสามารถ
Ice ใช้ความเย็นอย่างเหมาะสม
สามารถใช้ cold pack หรือสิ่งเย็นที่ห่อด้วยผ้าก่อนประคบบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ควรวางน้ำแข็งหรือของเย็นจัดลงบนผิวโดยตรง หากใช้ cold pack สามารถใช้เป็นช่วง ๆ โดยไม่ควรปล่อยให้ความเย็นสัมผัสผิวนานเกินไป
หากผิวชา แสบ หรือสีเปลี่ยนควรหยุด
ระหว่างใช้ความเย็น ควรสังเกตผิวหนัง หากรู้สึกชา แสบผิดปกติ หรือสีผิวเปลี่ยนชัดเจน ควรหยุดใช้ ไม่ควรคิดว่ายิ่งเย็นมากหรือนานมากจะยิ่งเหมาะสม
Compression พันประคองตามความเหมาะสม
การใช้ผ้ายืดอาจช่วยประคองบริเวณข้อเท้าได้ในบางกรณี ไม่ควรพันแน่นจนเกิดอาการชา ปลายเท้าเย็น หรือสีผิวเปลี่ยน หากเกิดอาการดังกล่าวควรคลายผ้าออก หากไม่แน่ใจวิธีพัน ควรสอบถามบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกร
Elevation ยกข้อเท้าให้สูง
หากมีอาการบวม สามารถใช้หมอนรองขาเพื่อยกข้อเท้าให้สูงขึ้นขณะพัก วิธีนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลอาการบวมในช่วงแรก
ช่วงแรกควรนวดข้อเท้าหรือไม่
หากเพิ่งข้อเท้าพลิกและมีอาการปวด บวม หรือช้ำ ไม่ควรรีบนวดแรงบริเวณที่บาดเจ็บ การนวดอาการเมื่อยจากการใช้งานทั่วไปแตกต่างจากการนวดบริเวณที่เพิ่งได้รับการบาดเจ็บ
ไม่ควรคิดว่านวดยิ่งเจ็บยิ่งดี
- ความเจ็บระหว่างนวดไม่ได้หมายความว่าข้อเท้ากำลังดีขึ้น
- หากกดหรือนวดแล้วปวดมากขึ้น ควรหยุดและพัก
ช่วงแรกควรใช้ความร้อนหรือไม่
หากเป็นการบาดเจ็บใหม่และยังมีอาการบวม ไม่ควรรีบใช้ความร้อนจัดหรือประคบร้อนบริเวณนั้น การดูแลข้อเท้าที่เพิ่งพลิกแตกต่างจากการดูแลกล้ามเนื้อตึงจากการใช้งานทั่วไป จึงควรเลือกวิธีตามลักษณะของอาการ
BH Cooling Active เกี่ยวข้องกับข้อเท้าพลิกอย่างไร
ตราใบห่อมี BH Cooling Active ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความเย็นสำหรับใช้ภายนอก ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการใช้สำหรับ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการปวด บวม เคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อยึด จึงสามารถใช้ตามข้อมูลและวิธีใช้ของผลิตภัณฑ์เมื่ออาการอยู่ในขอบเขตดังกล่าว
วิธีใช้ BH Cooling Active
- ข้อมูลในต้นฉบับระบุให้เขย่ากระป๋องก่อนใช้ และฉีดบริเวณที่ต้องการโดยให้หัวสเปรย์อยู่ห่างจากผิวประมาณ 7–12 เซนติเมตร
- ไม่ควรฉีดค้างบริเวณเดิมนานเกิน 5 วินาที
- นอกจากนี้ ไม่ควรฉีดบริเวณใบหน้าหรือแผลเปิด
- ทะเบียนที่ระบุในต้นฉบับคือ 68-1-3-2-0000429
- เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์จริง ควรตรวจข้อมูลบนฉลากอีกครั้งก่อนใช้
สเปรย์เย็นใช้แทน cold pack ได้หรือไม่
ทั้งสองเป็นวิธีใช้ความเย็นคนละรูปแบบ จึงไม่ควรมองว่าใช้เหมือนกันทุกด้าน หากเลือกใช้ cold pack ควรใช้ตามแนวทางของการประคบเย็น ส่วนหากใช้ BH Cooling Active ก็ควรทำตามวิธีใช้บนฉลากของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเพิ่มเวลาหรือเพิ่มความถี่เพียงเพราะต้องการให้รู้สึกเย็นมากขึ้น
ข้อเท้าพลิกแล้วเดินได้ ควรเดินต่อหรือพัก
ขึ้นอยู่กับระดับของอาการ หากลงน้ำหนักแล้วเจ็บเล็กน้อยและอาการไม่เพิ่ม อาจค่อย ๆ ลงน้ำหนักตามความสามารถเมื่อเหมาะสม แต่หากเดินแล้วปวดชัด บวมเพิ่ม หรือเดินกะเผลกมาก ควรลดการลงน้ำหนักและพักก่อน
ไม่ควรกำหนดว่าต้องเดินได้ภายในกี่วัน
ความรุนแรงของข้อเท้าแพลงแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรดูแนวโน้มของอาการและความสามารถในการใช้งาน มากกว่าตั้งเป้าว่าภายในกี่วันจะต้องกลับมาเดินได้ตามปกติ
เมื่อไรควรเริ่มขยับข้อเท้า
เมื่ออาการปวดและบวมลดลง และสามารถขยับข้อเท้าได้โดยไม่ทำให้เจ็บมากขึ้น สามารถเริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ ตามความเหมาะสม
เริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ
สามารถเริ่มจากขยับข้อเท้าช้า ๆ ในช่วงที่ทำได้โดยไม่เจ็บมาก ไม่ควรหมุน ดัด หรือบิดข้อแรง ๆ เพื่อหวังให้ข้อคลายเร็วขึ้น หากขยับแล้วปวดหรือบวมเพิ่ม ควรลดระดับกิจกรรม
ควรกลับไปวิ่งหรือเล่นกีฬาเมื่อไร
ไม่ควรใช้จำนวนวันที่พักเพียงอย่างเดียวเป็นเกณฑ์ ควรพิจารณาว่าสามารถเดิน ลงน้ำหนัก และขยับข้อได้ดีเพียงใด รวมถึงกิจกรรมเบา ๆ ยังทำให้เจ็บหรือไม่
กลับไปเล่นแบบค่อยเป็นค่อยไป
เมื่ออาการดีขึ้น อาจเริ่มจากเดินหรือกิจกรรมเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะ เวลา และความหนัก ไม่ควรกลับไปวิ่งเร็ว กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางแรง ๆ ทันที หากกลับไปทำกิจกรรมแล้วปวดหรือบวมเพิ่ม ควรหยุดหรือลดระดับลง
ทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสข้อเท้าพลิกซ้ำ
ไม่สามารถป้องกันข้อเท้าพลิกได้ทั้งหมด แต่สามารถลดบางปัจจัยได้
วอร์มอัปก่อนกิจกรรม
ก่อนวิ่งหรือเล่นกีฬา ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวระดับเบาแล้วค่อยเพิ่มความหนัก
เพิ่มกิจกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หากเพิ่งกลับมาออกกำลังกายหลังหยุดไปนาน ไม่ควรกลับไปทำระดับเดิมทันที สามารถค่อย ๆ เพิ่มระยะทาง เวลา หรือความเข้มข้นตามความพร้อม
เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรม
รองเท้าที่เหมาะกับประเภทกิจกรรมและพื้นผิวสามารถช่วยให้การเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้น
อาการแบบไหนควรพบแพทย์
ข้อเท้าพลิกบางครั้งอาจมีการบาดเจ็บมากกว่าที่เห็นจากภายนอก หากมีอาการต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
เดินหรือลงน้ำหนักไม่ได้
หากไม่สามารถยืนหรือลงน้ำหนักขาข้างที่บาดเจ็บได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดมาก ไม่ควรฝืนเดินเพื่อทดสอบ
ปวดหรือบวมมาก
หากอาการรุนแรงหรือบวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรได้รับการประเมิน
ข้อดูผิดรูป
หากข้อเท้ามีรูปร่างผิดปกติอย่างชัดเจน ไม่ควรพยายามดัดหรือดึงกลับเข้าที่ด้วยตัวเอง
มีชา อ่อนแรง หรือสีผิวผิดปกติ
อาการชา ปลายเท้าเย็น อ่อนแรง หรือสีผิวเปลี่ยนผิดปกติไม่ควรถูกมองว่าเป็นข้อเท้าพลิกเล็กน้อย
อาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น
หากดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือกลับปวดและบวมมากกว่าเดิม ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
สรุป ข้อเท้าพลิกช่วงแรกควรหยุดกิจกรรมและดูแลอย่างเหมาะสม
เมื่อ ข้อเท้าพลิก สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดกิจกรรมและสังเกตระดับความเจ็บ บวม ช้ำ การเคลื่อนไหว และความสามารถในการลงน้ำหนัก หากอาการไม่รุนแรง สามารถใช้หลัก PRICE เป็นแนวทางเบื้องต้น ได้แก่ ป้องกันไม่ให้ข้อได้รับแรงซ้ำ พักจากกิจกรรมที่ทำให้เจ็บ ใช้ความเย็นอย่างเหมาะสม พันประคองเมื่อจำเป็น และยกข้อเท้าให้สูงขึ้นขณะพัก ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงและความร้อนบริเวณที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บ
สำหรับ BH Cooling Active ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวด บวม เคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อยึด โดยควรใช้ตามวิธีที่ระบุบนฉลาก และไม่ใช้กับใบหน้าหรือแผลเปิด เมื่ออาการดีขึ้น ควรค่อย ๆ กลับมาเดิน ขยับข้อ และออกกำลังกายตามความสามารถ ไม่ควรรีบกลับไปเล่นกีฬาเต็มกำลังเพียงเพราะอาการบวมลดลง หากมี ปวดมาก บวมมาก เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป ชา อ่อนแรง หรืออาการแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรพึ่งการดูแลเบื้องต้นหรือผลิตภัณฑ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ตามฉลาก และช่องทางจำหน่ายทาง LINE LINE ตราใบห่อ@trabaihor หากมีข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โปรดอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้
ติดตามข้อมูลจากตราใบห่อได้ทาง
Website : https://baihor.com/
Youtube :@baihorchanel2177
Facebook : Facebook ตราใบห่อBrandBaihor
Line : LINE ตราใบห่อ@trabaihor
แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ
- BH Cooling Active กับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเบื้องต้น: https://baihor.com/blog-bh-cooling-active-muscle-care/
- NHS – Sprains and strains: https://www.nhs.uk/conditions/sprains-and-strains/
- Cambridge University Hospitals – PRICE Guidelines: https://www.cuh.nhs.uk/patient-information/management-of-acute-injuries-sprains-and-strains-price-guidelines/
เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการตราใบห่อ

